วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561

เที่ยวดูไบแบบประหยัด แวะชมตลาดค้าเครื่องเทศ ตลาดค้าทองดูไบ ที่ว่าใหญ่ที่สุดกันครับ (Dubai gold souk & spice souk)


     เรากลับมาที่ท่าน้ำบริเวณบูร์ดูไบ ( Bur Dubai)อีกครั้ง หลังจากที่เดินห้างมาค่อนวัน  บริเวณนี้ในวันอาทิตย์ในสวนริมฝั่งน้ำแลดูคึกคักมากๆ ผู้คนจับกลุ่มพูดคุยกันเป็นภาษาของตนเอง อ๋อพวกเขาคือชาวต่างชาติที่ได้อาศัยวันหยุดออกมาปิคนิคสูดอากาศกันนั่นเอง 
ทางขึ้นจากสถานี Al Ghubaiba เต็มไปด้วยผู้คน 
ความสุขเล็กๆของคนร่วมชาติเดียวกันที่ได้หยุดประจำสัปดาห์ 

            ได้เวลาที่เราจะได้ลองนั่งเรือข้ามฟากหรือเจ้าอับรา (Abra) กันสักครั้ง เจ้าเรือนี้มีหน้าที่พาคนข้ามฟาก ส่วนใหญ่คนนั่งเป็นคนต่างด้าวที่มาทำงานที่นี่ เขาคิดเงินแค่คนละ1ดีแรมเท่านั้น และจะมีเรืออีกชนิดที่แล่นพาไปตลอดคลองดูไบ แต่จะคิดในอัตราเหมาจ่าย ถ้ามากันหลายๆคน จะเหมาให้ไปชมความงามที่ดูไบครี้กก็ได้ (Dubai Creek)
หลายคนก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะลงเรือข้ามฟาก ยังคงนั่งคุยกันสนุกสนาน 
การจราจรทางน้ำในยามเย็นค่อนข้างแออัด 
วิวฝั่งเมืองเก่าแลเห็นมัสยิดใหญ่อยู่เบื้องหลัง 
คลองดูไบยามเย็นอากาศไม่ร้อนอบอ้าวน่าเดินเล่น

      เรือใช้เวลาข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพราะต้องค่อยสับหลีกหลบเรือลำอื่นที่มาจอดท่าอย่างแออัด ลักษณะที่นั่งบนเรือจะหันหลังชนกันบนที่นั่งตรงกลางที่มีหลังคาเล็กๆคลุม ถ้าข้ามฟากตอนเที่ยงคงจะร้อนน่าดู
เรากำลังจะลงเรือจ้างลำเล็กกันแล้ว จ่ายแค่1ดีแรมหรือ 9 บาทเท่านั้น 
เมื่อลงเรือแล้วต้องนั่งตรงกลางแบบนี้ห้ามยืน 
ท่าน้ำฝั่งตรงข้ามมีเรือจอดอยู่แออัด
เรือลำเล็กแค่นี้ยังคงต้องวิ่งวนไปมารับส่งคนทั้งวัน 
แล้วเราก็ข้ามมาฝั่งตลาดเครื่องเทศเป็นที่เรียบร้อย

        ฝั่งที่ข้ามไปถึงคือถนน Old Baladiya เป็นที่ตั้งของตลาดเครื่องเทศ (Spice Souk) และตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองดูไบ ตลาดเครื่องเทศที่เราไปใกล้เวลาปิดแล้ว แต่ละร้านที่เราเดินผ่านกลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้งเตะเข้าจมูก ที่นี่เค้าจะแบ่งขายแบบชั่งตาชั่งเพื่อให้ไปทำอาหารกัน แล้วถ้าขายส่งเราก็เห็นบางร้านส่งของกันเป็นกระสอบก็มีนะ ของที่ขายดีก็มีตั้งแต่ หญ้าฝรั่นหรือ Zaffron ที่เอาไปทำข้าวหมกทำแกง อบเชย ใบกระวาน ลูกกระวาน เม็ดยี่หร่า น้ำตาลกรวดไปจนถึงเครื่องหอมที่กินไม่ได้ เช่น กำยาน พิมเสน การบูร แล้วมีอุปกรณ์เตาจุดกำยานขายด้วยนะ

เขตเมืองเก่าดูไบมีป้ายบอกทางชัดเจน เดินไม่มีทางหลง 
ตลาดเครื่องเทศที่เก่าแก่ที่สุดกับโคมไฟแบบอาหรับ 
หลายร้านใกล้ปิดแล้วแต่ยังมีคนมาซื้อเครื่องเทศกันอยู่เลย 

ส่วนตัวเราก็ไม่ได้รู้จักเครื่องเทศทุกชนิด แต่ชอบกลิ่นเวลาที่เดินผ่านมากๆ 
บรรยากาศการซื้อขายของคนพื้นที่ยังไม่จบลง 
โคมไฟเลียนแบบสไตล์อาหรับโบราณ 
บางร้านขายกำยานเครื่องหอมพร้อมเตาจุดด้วย 

        ถัดจากตลาดเครื่องเทศเข้าไปก็คือตลาดทองคำ ตลาดค้าทองที่ดูไบไม่ได้ทำเป็นพลาซ่าใหญ่ๆ แล้วติดแอร์แบบที่ซาร์จ้าห์ แต่เขาทำเป็นกลุ่มตึกแถวร้านใครร้านมันแล้วมีทางเดินตรงกลางมุงด้วยหลังคา มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Dubai Gold Souk มีขนาดใหญ่กว่าที่ซาร์จ้าห์มาก แต่ร้านค่อนข้างอยู่กระจัดกระจายกัน บางร้านก็ทำเป็น Collection เอเชียแบบให้คนจีนมาซื้อไป บางร้านก็มีนาฬิกาแบบเป็นเพชรเป็นทองทั้งของใหม่และของมือสองขายด้วย 

มัสยิดขนาดเล็กอยู่ตรงกลางตลาดค้าทอง 
ร้านนี้จัดดิสเพลย์ได้แน่นมาก ต้องยอมเค้าเลย 
Collection แบบทันสมัยที่นี่เค้าก็ผลิตได้เหมือนกัน 
พวกตุ๊กตาเรซินเคลือบทองคำ 24 K คนจีนจะนิยมเอาไปตกแต่งบ้านมาก 
ใครชอบกำไลแบบโบราณที่นี่เขาก็มีนะ แต่ไม่รู้ว่าหนักกี่บาท 
คนที่เดินตลาดส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 
ร้านขายนาฬิกาทั้งมือหนึ่งและมือสองจะหนักไปทางตัวเรือนทอง 
ทางเข้าและทางออกตลาดค้าทองดูไบ

       ออกจากตลาดทองเดินไปทางซ้ายมืออีกนิดจะเป็นย่านเก่าแก่บริเวณย่านอัลราส  (Al Ras) แถบนี้จะมี Heritage House ให้เข้าชม แต่ว่ามันปิดไปแล้ว มีโรงเรียนเก่าแก่ที่กำลังซ่อมบำรุงอยู่ บางตึกก็ได้มีการดัดแปลงให้เป็นเกสท์เฮ้าส์สไตล์อาหรับโบราณ แต่ถ้าให้เข้าไปนอนจริงๆ คงรู้สึกหลอนนิดๆนะ
ทางเข้าเขตเมืองเก่าที่ทางเทศบาลเมืองได้อนุรักษ์ไว้ 
เสาธงหน้าโรงเรียนมัธยมที่เก่าแก่ที่สุด ด้านหลังคือเกสท์เฮ้่าส์ 
ถ้าใครหิวที่นี่ก็มีภัตตาคารพื้นเมืองไว้ให้ฝากท้องกันนะครับ
หลอนไม่หลอนก็ดูนะ ตั้งกล้องตั้งนานไม่มีคนเดินผ่านไปมาเลย 
จนกระทั่งเจ้าตัวนี้โผล่ออกมาเล่นกับเราด้วย ความเงียบจึงถูกทำลายไป 
ได้เวลาออกมานั่งรถใต้ดินกลับที่พักแล้ว 



ตอนต่อไป พาท่องเมืองซาร์จ้าห์อีกครั้งแบบไม่รีบ ชมวิถีคนเมืองที่นั่นและเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยริมน้ำจ้า