วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เมดานเมืองในฝัน ครั้งแรกกับการแบกเป้เที่ยวอินโดนีเซีย มารู้จักอาหารอินโดนีเซีย และย่านช้อปปิ้งในเมืองเมดาน (Indonesian Food & Shopping in Medan)

อาหารการกิน (Indonesian Food)
                อาหารอินโดนีเซียพื้นบ้านส่วนใหญ่จะเป็นข้าวกับแกง รสจัดถูกปากคนไทย แต่จะไม่ค่อยเผ็ดนัก รสชาติจะอ่อนกว่า แต่ความมันของแกงกะทินนั้นจะมันมากกว่าแกงไทย อาหารประเภทข้าวราดแกงนั้นสามารถหารับประทานได้ทั่วไปโดยให้สังเกตร้านที่มีตู้กับข้าวโชว์ด้านหน้าพร้อมกับถ้วยชามที่คว่ำอยู่หน้าร้านนั่นแหละ แกงของเขาส่วนใหญ่จะเป็นแกงกะทิคล้ายแกงกะหรี่กับแกงมัสมั่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารฮาลาลอยู่แล้ว ดังนั้นอุ่นใจได้ว่าจะไม่มีเนื้อหมูเป็นอันขาด เนื้อที่นำมาปรุงอาหารพวกแกงจะมีทั้ง เนื้อวัว เนื้อแพะ เนื้อไก่ กุ้งและปลา  นอกจากนี้ยังมีอาหารกลุ่มทอดและปิ้งยาง โดยมากจะเป็นไก่และปลา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในสำรับข้าวแกงนั่นคือ น้ำพริก น้ำพริกอินโดนีเซียจะทานกับผักแนมนานาชนิด บางครั้งก็ทานกับปลาทอด ซึ่งรสชาติของน้ำพริกจะออกเผ็ดและเค็มเปรี้ยวแต่ไม่ถูกปากนักชิมชาวไทยนัก ก็เพราะว่าที่นี่เค้าจะเอาน้ำพริกไปผัดกับน้ำมันจนมันเยิ้มนั่นเอง
สำรับอินโดนีเซียจะเป็นข้าวทานกับแกงและน้ำพริกคล้ายกับอาหารไทย
 ร้านข้าวแกงตำรับอินโดนีเซีย 
 ทุกร้านจะมีผัดผักใบมัน สลัดแขก เป็นอาหารทานเล่น
 ซุปเนื้อวัวแบบอิสลาม
แต่ละร้านจะมีวิธีจัดตู้โชว์อาหารให้ดูน่ารับประทาน

             อาหารทานเล่นของชาวอินโดนีเซีย มีมากมายหลายชนิด ทั้งสลัดแขก กล้วยแขกทอด แต่อาหารที่ขึ้นชื่อมากๆ และนักท่องเที่ยวทุกชาติใฝ่หาคงหนีไม่พ้นสะเต๊ะ (Sate) ซึ่งมีให้เลือกทั้งเนื้อสะเต๊ะ (Sate Sapi) และไก่สะเต๊ะ (Sate Ayam)  อย่าไปเรียกร้องขอหมูสะเต๊ะนะ ไม่งั้นเดี๋ยวแม่ค้าเค้าจะค้อนเอาได้ง่ายๆ สะเต๊ะที่นี่อร่อยไม่แพ้ที่มาเลเซียและสิงคโปร์ แต่น้ำจิ้มที่ใช้จะเป็นน้ำเกรวี่ข้นๆ หวานๆ และรับประทานควบคู่กับมันเทศต้ม ซึ่งบ้านเราทานคู่กันกับขนมปังปิ้ง 

 อาหารจำพวกลูกชิ้นทอดและปลาหมึกทอด
 สะเต๊ะ อาหารต้นตำรับของมาเลเซียและอินโดนีเซีย

            อาหารจานเดียวของอินโดนีเซียที่ขึ้นชื่อที่สุดคงหนีไม่พ้น ข้าวผัดและหมี่ผัดสไตล์อินโดนีเซีย ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะเป็นภาษาอินโดนีเซียคือ ข้าวผัด เรียกว่า “นาสิ โกเร็ง” (Nasi Goreng)  และหมี่ผัดเขาเรียกว่า “หมี่ โกเร็ง” (Mee Goreng) ส่วนใหญ่ทั้งสองเมนูเค้าจะผัดใส่ไข่และใส่เนื้อไก่ ความมันของน้ำมันที่ผัดไม่ต้องพูดถึง รับประทานควบคู่กับข้าวเกรียบพื้นบ้าน ราคาย่อมเยาไม่แพงจนเกินไป ประมาณ 40-50บาท ก๋วยเตี๋ยว (Soto)ที่นี่ก็มีคล้ายกับบ้านเราแต่จะมีแต่ก็ก๋วยเตี๋ยวไก่ (Soto Ayam) และก๋วยเตี๋ยวเนื้อสำหรับท่านที่ถูกปากกับอาหารจีน ในเมืองเมดานจะมีหมี่ฮกเกียน(Mie Hok Kien) ซึ่งมีทั้งแบบน้ำและแบบแห้งใส่เนื้อหมูและอาหารทะเลจำพวกกุ้งและเนื้อปู สนนราคาจานละ 80-100 บาท
 ข้าวผัดและหมี่ผัดสไตล์อินโดนีเซีย ทานควบคู่กับข้าวเกรียบ 
 แม้แต่ข้าวผัดระดับโรงแรมก็มีข้าวเกรียบไว้แกล้ม
 ขนมจีนน้ำยาแบบพื้นเมืองก็ยังคงมีข้าวเกรียบแกล้ม
บะหมี่สไตล์ฮกเกี้ยน เป็นอาหารจีนที่นิยมทานกัน

             อาหารฟาสต์ฟู้ด สำหรับท่านที่ไม่คุ้นลิ้นกับอาหารอินโดนีเซียพื้นบ้าน ในเมืองเมดานนี้ก็มีอาหารฟาสต์ฟู้ดให้บริการ มีทั้ง KFC, Pizza Hut, Mc Donald แต่รสชาติจะดัดแปลงให้สอดคล้องกับคนอินโดนีเซีย คือเนื้อไก้จะไม่ฟูแป้งที่ใช้ทอดไม่หนา และฟาสต์ฟู้ดไก่ทอดแบรนด์พื้นบ้านมี CFC ซึ่งลอกเลียนแบบมาจาก KFC เต็มๆ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ขนมหวาน อาทิ Roti Boy, J Co Donut, Yakhunkaya Toast เป็นต้น

 CFC คู่แข่ง KFC ของจริง
 นี่แหละ เมนูไก่ทอดของ CFC
 J.CO Donut ชื่อดังสัญชาติมาเลเซีย
 Rotiboy ขนมอบชื่อดังสัญชาติมาเลเซีย
ไอศครีมชื่อดัง Red Mango ก็มีให้ทานที่นี่

ย่านแหล่งอาหารการกิน
                ในเมืองเมดานมีย่านร้านอาหารให้เลือกรับประทานมากมายเป็นย่านๆ ทั้งย่านไชน่าทาวน์ที่ขายอาหารจีน ย่าน Selat Panjang & Semarang ขายอาหารพื้นเมืองสไตล์เมดาน ย่าน Merdeka Walk เป็นสถานที่ Hang out สำหรับคนรุ่นใหม่ในยามค่ำคืนของเมืองเมดาน และแบบ Padang Food คือไปยืนชี้ๆสั่งๆ แล้วเดี๋ยวเค้าจะเอามาเสริฟ์ให้ที่โต๊ะ ซึ่งมีภัตตาคาร Garuda, Restoran ACC, Simpang Tiga เป็นอันว่ามาเมดานไม่มีอดตายแน่นอน เพราะอาหารที่นี่เขาขายตลอดเวลาจ้า
 ย่านไชน่าทาวน์ยามค่ำคืนขายอาหารจีนแบบจานเดียว
 TIP TOP Restaurant ภัตตาคารหรูขายอาหารพื้นเมืองอินโดนีเซีย
 ย่านคนเดิน Merdeka Walk มีอาหารนานาชาติให้ชิม
แม้แต่อาหารญี่ปุ่นก็มีให้ทานที่ Merdeka Walk


สถานที่ช้อปปิ้ง Shopping
                มาช้อปปิ้งที่เมดานไม่มีผิดหวังแน่นอน เพราะมีทั้งตลาดสินค้าพื้นเมืองไล่ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และแน่นอนคุณจะสนุกกับการได้ต่อรองราคากับร้านค้าพื้นบ้านที่ขายของที่ระลึก แต่การต่อรองต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ย้ำว่าต้องยิ้มเข้าไว้ถ้าต่อรองราคาแบบหักคอ นอกจากเค้าจะไม่ลดให้แล้วยังจะโดนด่าทอไล่หลังมาอีก แม่ค้าอินโดนีเซียไม่ได้ใจดีเหมือนชาติอื่นๆในโลกนะ สำหรับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่นั้นเป็นราคาตายตัวต่อรองราคาไม่ได้อยู่แล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขในการช้อปปิ้งจะอยู่ในช่วง 9.00 -22.00 น.  ซึ่งในเมืองเมดานมีห้างต่างๆ ให้ช้อปปิ้งดังนี้
·       
Cambridge Mall City Square
สำหรับนั่งทานข้าวในบรรยากาศหรูๆ มีทั้งโรงหนังและซูเปอร์มาร์เก็ตระดับหรู
·        Sun Plaza ห้างระดับหรูของเมืองเมดาน รวมแหล่งอาหารฟาสต์ฟู้ดมากมาย
·        Medan Fair สำหรับสินค้าพื้นเมืองและสินค้ากลุ่มไอที รวมร้านค้าและภัตตาคารชื่อดัง
·        Medan Mall สำหรับร้านค้าพื้นเมืองและร้านค้าปลีกแบรนด์พื้นเมือง
·        Thamrin Plaza & Yang Lim Plaza สำหรับแบรนด์พื้นเมืองเท่านั้น
 Sun Plaza Departmentstores
ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองในตลาด

รู้สักนิดกับภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)
                เราควรรู้ภาษาอินโดนีเซียไว้สักนิด เพราะผู้คนในเมืองเมดานยังคงรู้ภาษาอังกฤษกันน้อยมาก พ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่จะพูดไม่ได้เลย ต้องชี้นิ้วว่าจะเอาอะไรสั่งอะไร บางครั้งยังต้องอาศัยเครื่องคิดเลขช่วยอีกทางหนึ่งในการต่อรองราคา อย่างน้อยถ้ารู้ภาษาอินโดนีเซียสักนิดก็พอเอาตัวรอดได้ในเมืองเมดานอันแสนยุ่งเหยิงนี้ นี่คือตัวอย่างภาษาเบื้องต้นที่ควรทราบสำหรับการท่องเที่ยว
Good Morning = Selamat Pagi
Good Afternoon = Selamat Siang
Good Night = Selamat Sore
What is your name = Siapa Nama anda?
My name is ..... = Nama Saya..............
How are you? = Apa kabar?
I'm fine = Kabar baik
Thank you = Terima kasih
You're welcome = Kembali
Sorry = Maaf
Excuse me = Permisi
Please (ขอความช่วยเหลือ) = Tolong
How much? = Berapa?
Expensive = Mahal
Cheap = Murah
Discount = Diskon
Where is ....? = Di mana ada?
May I take photo? = Boleh saya foto?
Yes = Ya
No = Tidak
Toilet = Kamar Kecil, W.C.
Delicious = Enak
Let's eat = Ayo Makan
I want to go = Saya mau ke.......
I don't understand = Saya tidak mengerti
I like you = Saya suka kamu
I love you = Saya cinta kamu

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เมดานเมืองในฝัน ครั้งแรกกับการแบกเป้เที่ยวอินโดนีเซีย มารู้จักเกาะสุมาตราและเมืองเมดานก่อนเดินทางกัน Sumatra Island & Medan City

                ก่อนที่จะเดินทางแบกเป้เที่ยวเมืองเมดาน  เรามาทำความรู้จักกับเกาะสุมาตราและตัวเมืองเมดานกันก่อน เพื่อที่เราจะได้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นก่อนที่จะเดินทางด้วยตัวเอง
เกาะสุมาตรา Sumatra Island              
                เกาะนี้แบ่งออกเป็น2ตอน คือ เกาะสุมาตราเหนือและเกาะสุมาตราใต้ เมืองเมดาน (Medan City) ที่พวกเราจะพาทุกท่านไปชมนั้น ตั้งอยู่ในเขตสุมาตราเหนือ (North Sumatra) ในภาษาอินโดนีเซียนเรียกว่า Sumatera Utara อันเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย และมีเมืองหลวงของจังหวัดคือ เมืองเมดาน
                เกาะสุมาตราตั้งอยู่ในเขตมหาสมุทรอินเดีย ด้านทิศตะวันตกจรดกับช่องแคบมะละกาซึ่งติดอยู่กับประเทศมาเลเซีย มีพรมแดนทางทะเลยาวตั้งแต่จังหวัดอาเจะห์ (Banda Aceh) ยาวไปจนถึงเมือง Riau จรดชายฝั่งทางใต้ เกาะสุมาตรามีพื้นที่ประมาณ 70787 ตารางกิโลเมตร  พื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล
พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกและทิศใต้จะเป็นเขตภูเขา ภูเขาไฟ และมีทะเลสาบโทบา (Lake Toba) ซึ่งเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในยุคโบราณ ใกล้กันกับเกาะสุมาตรายังมีเกาะเล็กๆอีก 2เกาะ คือ เกาะNias และเกาะBatu
เอื้อเฟื้อข้อมูลจาก FHM (Forum Hotel Managers) North Sumatra Culture and Tourism Office
การเดินทางโดยเครื่องบิน (Flights)
                เมืองเมดานมีท่าอากาศยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียว นั่นคือ ท่าอากาศยานนานาชาติโปโลเนีย (Medan Polonia International Airport) ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารสองชั้น สภาพค่อนข้างเก่า ใช้เวลาเดินทางจากเมืองสู่สนามบินเพียง 15-30 นาที เพราะตั้งอยู่ใกล้เมืองมากๆ ในอนาคตสนามบินแห่งนี้จะย้ายไปที่ Kuala Namu International Airport ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง จากเมืองเมดาน
                เที่ยวบินบิ นตรงจากสิงคโปร์มี สายการบิน Silk Air, ValuAir  เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มี AirAsia เพียงสายการบินเดียว เที่ยวบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย มีสายการบิน AirAsia, Malaysia Airlines, Lion Air ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศมี สายการบิน Garuda Indonesia, Lon Air, AirAsia, Batavia Air, Linus Air etc…

Polonia International Airport
สำหรับข้อมูลเที่ยวบินเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ http://www.medanku.com/flights/

การเดินทางโดยเรือโดยสาร (Sea Boat & Ferry)
                มีเรือเดินทางข้ามฟากจากเมืองเมดานไปปีนัง (Penang) ทุกวัน ซึ่งท่าเรือนานาชาติของเมืองเมดานชื่อว่า เบลาวัน(Belawan)  การเดินทางข้ามไปใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงต่อเที่ยว และมีเรือเดินทางไปเมือง Lumut (Perak Malaysia) รัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ค่าโดยสารประมาณ 100 ริงกิตมาเลเซีย ขาเดียว และไปกลับอยู่ที่ 180 ริงกิตมาเลเซีย
                ส่วนการเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ ก็ไปได้โดยเรือเช่นกัน โดยไปลงเรือท่าเรือเบลาวัน ไปยัง Batam และต่อเรือที่ Batam ไปยังสิงคโปร์ ส่วนเส้นทางเดินเรือภายในประเทศ ก็ให้ลงเรือที่ เบลาวัน เช่นกัน สำหรับตารางการเดินเรือเพิ่มเติมท่านสามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.pelni.com/


การเดินทางโดยรถไฟ (Rail)
                การเดินทางด้วยรถไฟบนเกาะสุมาตรามีเส้นทางสายตะวันออกเลียบชายฝั่งทะเล วิ่งจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ มีตั๋วให้เลือกทั้งชั้นประหยัดและชั้นพิเศษ ราคาตั๋วชั้นประหยัดจะอยู่ที่ 9000 รูเปีย และชั้นพิเศษอยู่ที่ 70000 รูเปีย
การเดินทางโดยรถเมล์ (BUS)
                ในเมืองเมดานไม่มีรถเมล์วิ่งให้บริการเป็นสายๆ หากแต่เค้าใช้รถ “มินิแวน” (Mini Vans) วิ่งแทน โดยรถเมล์มักจะเป็นรถโดยสารวิ่งระหว่างเมืองมากกว่า มีทั้งรถแบบที่มีแอร์และไม่มีแอร์ โดยมีสถานีขนส่งกลางที่เมืองเมดาน มีชื่อว่า “แอมพลาส สเตชั่น” (Amplas Station) ซึ่งมีรถวิ่งให้บริการทั้งวิ่งระหว่างวันและวิ่งกลางคืน เพราะเกาะสุมาตรานั้นกว้างใหญ่มาก รถวิ่งค้างคืนค่าใช้จ่ายประมาณ 50000-80000 รูเปีย เส้นทางที่มีผู้โดยสารขึ้นเยอะคือ Duri, Bukit Lawang, Lake Toba

การเดินทางภายในเมืองเมดาน
                จากการที่ได้ไปเที่ยวเมืองเมดานมา ทำให้ทราบว่าคนเมืองเมดานนั้นไม่นิยมเดินถนนกันไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใกล้หรือไกล แต่พวกเค้ามักจะขับรถหรือไม่ก็ใช้บริการรถสาธารณะ ต่อไปนี้จะกล่าวถึงรถโดยสารสาธารณะภายในเมืองเมดาน ซึ่งมีทั้งรถมินิแวน รถแท็กซี่ และรถสามล้อพ่วงข้าง หรือที่นี่เรียกว่า “เบคัก” (Becak)
การเดินทางด้วยรถสามล้อพ่วงข้าง (Becak)
                เป็นพาหนะที่คุณจะได้ใช้สมองประลองปัญญามากที่สุด เพราะเจ้าสารถีมักจะตั้งราคาโก่งไปเท่าตัวก่อนเสมอ บางที่ใกล้ๆ เดินทางแค่10นาที เขาเรียกเงินแล้ว 30000 รูเปีย หากเป็นไปได้ให้พยายามต่อราคาให้เหลือเพียงครึ่งเดียว คือ 15000 รูเปีย  หากคุณพาเจ้าบ้านมาขึ้นรถด้วยและสื่อสารกันด้วยภาษาบาฮาซา คุณสารถีก็จะรีบลดราคาลงในทันทีเช่นกัน  อีกปัญหาหนึ่งที่พบกับรถพวกนี้นั่นคือ พวกเขาไม่สามารถพูดภาษอังกฤษได้เลยสักนิด ถ้าจำเป็นต้องขึ้นให้เตรียมแผนที่ไปเพื่อชี้เป้าหมายพร้อมกับกดเครื่องคิดเลขเพื่อต่อรองราคาด้วยนะ
การเดินทางด้วยรถแท็กซี่ (TAXI)
                เป็นพาหนะที่คล้ายกันทั่วโลกคือ เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวก็มักจะไม่ค่อยกดมิเตอร์ ทั้งที่เป็นรถแท็กซี่มิเตอร์ แต่ต้องการตั้งราคาไว้สูงๆ เพื่อให้ผู้โดยสารต่อรอง แต่ก็ต่อรองได้ไม่เยอะ สนนราคาจะอยู่ที่ 35000 รูเปียขึ้นไป แต่แท็กซี่ในเมืองนี้มีวิ่งน้อยมาก ถ้าจะเรียกให้เรียกตามหน้าห้างสรรพสินค้า  สนามบิน จะมีมากกว่า แต่ถ้าไม่อยากโดนฟันเลือดสาด แนะนำให้ใช้บริการรถแท็กซี่ของโรงแรมจะดีที่สุด  ถึงราคาจะแพงไปนิดแต่ก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัยแน่นอน
การเดินทางด้วยรถมินิแวน (Mini Vans Public Transport)
                ที่นี่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Angkot เป็นรถตู้โดยสารแบบไม่มีแอร์เพียงแบบเดียวที่ราคาสมเหตุสมผล ไม่โก่งราคา เพียงแค่บอกปลายทางที่จะลง แต่สุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นไม่ได้นะ เพราะเค้าจะกำหนดเส้นทางเป็นสายๆ มีทั้งหมด 267สาย เยอะพอๆกับรถจี๊ปนี่ย์ ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์  ราคาจะเริ่มต้นที่ 3000 รูเปีย วิธีขึ้นก็แสนง่ายเพียงแค่โบก รถก็จอดรับทันที หากจะลงก็ขอแค่เคาะบอกสัญญาณว่าจะลง แต่ทางที่ดีควรจะขึ้นไปกับคนพื้นที่ที่พูดพื้นเมืองได้ เพราะคนขับมักจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และเราจะไม่รู้เส้นทางของรถด้วย
 Ankhot (Mini Van) รถมินิแวนที่นี่จะต้องเป็นรถสีเหลืองเท่านั้น

โรงแรมที่พักในเมดาน
                มีให้เลือกหลายเกรด ตั้งแต่ระดับสากล ไล่ไปจนถึงรงแรมระดับพื้นบ้าน  ระดับอินเตอร์มีให้ท่านเลือกพักตั้งแต่ Novotel, JW Marriot, Aston International, Grand Swiss ส่วนโรงแรมห้าดาวของอินโดนีเซียก็มีให้เลือกตั้งแต่ Grand Angkasa, Emerald Garden, Garuda Plaza  และโรงแรมสามดาวย่านชุมชนจีน เช่น My Hotel, Wisma Sederhana Hotel ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่คืนละ 600 บาท (180000 Rupiah)
 My Hotel
 Garuda Plaza Hotel
Wisma Sederhana Budget Hotel

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวอินโดนีเซียด้วยตัวคุณเอง
1.        เงินสกุลรูเปีย (Rupiah Indonesia) แน่นอนไปอินโดนีเซียก็ต้องแลกเงินรูเปียไว้ใช้ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยน1บาท เท่ากับ0.0035รูเปีย หรือ 1000รูเปีย เท่ากับ3.5บาท และ1ดอลลาร์สหรัฐ จะแลกได้ประมาณ 8800-8850 รูเปีย  แนะนำให้แลกรูเปียไปจากเมืองไทยตามร้านรับแลกเงินจะดีกว่า เพราะเป็นเงินที่ใช้คล่องและขาดทุนน้อยที่สุดยามที่ไปซื้อของแล้วเค้าทอนเงินมา ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐนั้นกลับไม่เป็นที่ยอมรับนัก เพราะปัจจุบันค่าเงินไม่ดี เงินบาทไทยเสียอีกที่สามารถแลกที่นั่นได้
2.        ปลั๊กไฟ Adapter ในอินโดนีเซียใช้ปลั๊กแบบสามรู บางแห่ง 5รู ใช้ไฟ 220โวลท์ เท่ากับประเทศไทย เป็นไปได้หากคุณมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้า เช่น แท่นชาร์จกล้อง ชาร์จมือถือ ไดร์เป่าผม ควรนำ Universal Adapter ไปด้วยเลยจะดีมาก เพราะสามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์
3.        โลชั่นทากันยุง หากคุณต้องเดินทางไปค้างคืนตามที่ชนบท พวกรีสอร์ท หรืออุทยานแห่งชาติ ไม่ควรพลาดโลชั่นกันยุง ยุงที่อินโดฯ นั้นตัวใหญ่มาก กัดเจ็บ หากท่านแพ้ยุงด้วยแล้วควรเตรียมไป จะดีที่สุด
4.        แผนที่  สำคัญที่สุด เพราะคนอินโดนีเซียพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ดังนั้น หากจะถามทาง ควรมีแผนที่ชี้ให้สารถีหรือคนพื้นที่ดูด้วย
ควรแลกทั้งเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย และงินดอลลาร์สหรัฐไปด้วยเสมอ


วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เมดานเมืองในฝัน ครั้งแรกกับการแบกเป้เที่ยวอินโดนีเซีย เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวสุมาตรา First Time Backpacking to Indonesia

                เมดานเมืองในฝัน ทำไมถึงต้องไปเมดาน แล้วเมืองเมดานอยู่หนใด เมดานมีที่เที่ยวอะไรบ้าง หลากหลายคำถามที่พรั่งพรูเข้ามายามเราตั้งทริปไปเที่ยวเมืองเมดาน ด้วยชื่อเมืองที่ฟังแล้วอาจไม่ค่อยคุ้นหูรัก หรือบางท่านอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แล้วเมืองตั้งอยู่ที่ไหนของโลกใบนี้ล่ะ อ๋อ เกาะสุมาตรา อินโดนีเซียไงเล่า ตายจริง คุณพระ แล้วไม่กลัวแผ่นดินไหวหรือสึนามิเหรอ เอาอีกแล้ว ไปเที่ยวทั้งทีเลิกคิดกลัวนั่นกลัวนี่เสียที่เถอะ
                อันที่จริงนักท่องเที่ยวแบกเป้จะต้องเรื่องไม่เยอะ แต่ก็ต้องคิดให้รอบคอบเสมอก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางไปที่ใด แล้วทำไมถึงเลือกเส้นทางเมดานเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียล่ะ ก็เพราะเป็นเส้นทางใหม่ที่เพิ่งเปิดเส้นทางไม่นานบนเกาะสุมาตรา และประจวบพอดีกับเจ้าแอร์เอเชียเปิดเส้นทางบินใหม่พร้อมโปรโมชั่นราคาถูก กรุงเทพ-เมดาน พอดี  ในราคาตั๋ว 0 บาท บ้าไปแล้ว เราเลยรีบโทรบอกเพื่อนให้รีบช่วยจอง เนื่องจากโปรออกมาช่วงเดือนมกราคม เดินทางจริงช่วงเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์พอดี จึงได้ตั๋วไปกลับมาในราคา ใบหนึ่ง900 กว่าบาท อีกใบ 1700 บาท ไม่แพงเลย
AirAsia Promotion

*การตรวจตราลง VISA

            นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสู่ประเทศอินโดนีเซียต้องถือหนังสือเดินทางที่มีอายุอย่างน้อย6เดือน นับจากวันที่ต้องการเดินทาง และต้องแสดงตั๋วเครื่องบินไปกลับ ถ้าคุณอยู่อินโดนีเซียไม่เกิน30วัน ก็ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า
การยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับนักท่องเที่ยว (Free Tourist Visa)
Arrival Card
                ประเทศอินโดนีเซียได้ตกลงสัญญากับประเทศ 12 ประเทศ ในกรณีที่พำนักในอินโดนีเซียไม่เกิน30วัน ซึ่งได้แก่ ประเทศไทย บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาะฮ่องกงและเกาะมาเก๊า  ประเทศชิลี เอกวาดอร์ โมร็อคโคและเปรู
Visa-0n-Arrival 
                ประเทศอินโดนีเซียเสนอให้มีการตรวจลงตรา ณ ช่องทางของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) แก่ประเทศต่างๆ จำนวน64ประเทผศ ซึ่งสามารถขอรับการอนุญาตเข้าออกประเทศได้ภายในสนามบินและท่าเรือ ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถพำนักได้ไม่เกิน30วัน และสามารถยื่นเรื่องขอพำนักต่อได้อีก30วัน โดยติดต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศอินโดนีเซีย
ศุลกากร (Custom)
ข้อจำกัดในการนำเข้าสิ่งของต่างๆเข้าภายในประเทศอินโดนีเซีย
  • เครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ไม่เกิน1ลิตร
  • บุหรี่ไม่เกิน200มวน หรือซิการ์50มวน หรือยาสูบประเภทต่างๆ 100กรัม
  • น้ำหอมต่างๆ ในจำนวนที่สมเหตุสมผล
  • กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ กล้องส่องทางไกล วิทยุพกพา เครื่องบันทึกเทป และอุปกรณ์ทางกีฬา จะต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขาเข้าเมืองเสมอ
สิ่งของต้องห้าม

  • อาวุธปืน ยาเสพติด สื่ออนาจาร ภาพเขียนและยาจีน
  • ตัวรับส่งอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย
  • ฟิล์มภาพยนตร์ วิดีโอเทป แผ่นซีดี วีซีดี ดีวีดี จะต้องได้รับการตรวจสอบจากกรมการตรวจสอบก่อนเสมอ
  • ไม่มีข้อห้ามสำหรับการนำเข้าและการนำออกเงินตราต่างประเทศและเช็คเดินทาง แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามนำเข้าหรือออกเงินสกุลรูเปียอินโดนีเซียเกิน 100 ล้านรูเปีย (ประมาณ 350000 บาท) อัตราแลกเปลี่ยน 1000 รูเปีย เท่ากับ 3.5บาท
*เอื้อเฟื้อข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย โทร 02-2523135-40

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอินโดนีเซีย
               
อินโดนีเซีย หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย:Republik Indonesia)เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียว (อินโดนีเซีย: กาลิมันตัน), ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินี (อินโดนีเซีย: อิเรียน) และ ประเทศติมอร์ตะวันออกบนเกาะติมอร์ ด้วยความที่ประเทศอินโดนีเซียนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและเป็นหมู่เกาะมากมายเช่นนี้ จึงทำให้อินโดนีเซียมีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติและชนเผ่ามากที่สุด

Timezone เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมากๆ ด้วยว่าประเทศอินโดนีเซียมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล มีการเรียงตัวของเกาะต่างๆ จากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก ดังนั้นจึงได้มีการแบ่ง Timezone หรือช่วงแบ่งเวลาออกเป็นสามช่วง นักท่องเที่ยวต้องรู้ หากมีการดินทางด้วยเครื่องบินข้ามเกาะจะได้ตั้งเวลาได้ถูกต้อง
1.        อินโดนีเซียตะวันตก ซึ่งประกอบด้วย เกาะสุมาตรา เกาะชวา เกาะกะลิมันตันภาคกลางและภาคตะวันตกใช้เวลา GMT+7 หรือบวกจากเวลามาตรฐาน7 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาเท่ากับในประเทศไทย
2.        อินโดนีเซียภาคกลาง ประกอบด้วย เกาะบาหลี ลอมบอก  สุลาเวสี เกาะกะลิมันตันภาคตะวันออก ใช้เวลา GMT+8 หรือบวกจากเวลามาตรฐาน8 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
3.        อินโดนีเซียภาคตะวันออก ประกอบด้วย เกาะโมลุกกะ ติมอร์ อิเรียนจายา และปาปัวนิวกินี ใช้เวลา GMT+9 หรือบวกจากเวลามาตรฐาน9 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง


อินโดนีเซียมีสถานที่ให้ท่องเที่ยวแบบหลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของนักเที่ยวได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การผจญภัย การชมธรรมชาติ ตลอดจนการช้อปปิ้ง และการพักผ่อนตากอากาศ ที่นี่สามารถตอบสนองได้ทุกโจทย์

เส้นทางการผจญภัย
                OFF-ROAD บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกของบาหลีเป็นสถานที่ที่เอื้อต่อการขับรถออฟโรด ถนนทางตะวันออกเลียบชายฝั่งเมือง จันดิคาซา (Candicasa) ผ่านทุ่งนาเขียวขจีและพื้นที่เพาะปลูก สู่ทางลาดเอียงตามภูเขาจนจรดมหาสมุทร สู่เมืองอัมลาปูรา (Amlapura) ซึ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์สวยงาม
                ปีนภูเขาไฟ ถึงแม้ฟังแล้วอาจดูเสี่ยงภัยไปนิด แต่ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เหตุเพราะตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ ดังนั้นภูเขาไฟในอินโดนีเซียจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับนักปีนเขาทั่วโลก มีให้เลือกตั้งแต่ระดับการปีนเขา3-4ชม. จนถึง 3-5วัน เช่น ภูเขาเคอร์รินจี (Kerinci) ทางตะวันตกของสุมาตรา ภูเขาไฟซินาบุง (Sinabung Volcano) ภูเขาไฟซิบายัค (Sibayak Volcano) ใกล้เมืองเมดานบนเกาะสุมาตราอีกเช่นกัน ภูเขาไฟโบรโม (Bromo) ในเกาะชวาตะวันออก และภูเขาเกอร์เด (Gede) ภูเขาปังรังโง (Pangrango) ในเกาะชวาตะวันตก ภูเขาอากุง (Agung) และภูเขาบาตูร์ (Batur) ในบาหลี เป็นต้น
                โต้คลื่น ประเทศอินโดนีเซียมีสถานที่โต้คลื่นมากมายถึง 1621 แห่ง หลายแห่งสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จุดโต้คลื่นที่เป็นที่นิยมจองโลกได้แก่ อุลุวาตู (Uluwatu) G-Land และปาดัง (Padang) โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงการโต้คลื่น คนทั่วไปมักจะนึกถึงเกาะบาหลี อันมีหาดคูตา (Kuta Beach) ซึ่งมีนักโต้คลื่นมือสมัครเล่นมาเล่นกันเสียมากกว่า แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่ที่หันไปเล่นโต้คลื่นในส่วนอื่นๆของอินโดนีเซีย ซึ่งมีทั้งเกาะชวา สุมาตรา ซุมบา ซุมบาวา และลอมบอก
 Lake Toba  North Sumatra
เส้นทางวัฒนธรรม
                บุโรพุทโธ (Burobudur)  เป็นโบราณสถานที่สำคัญของพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่9 ตั้งอยู่ในเมืองมาเกลัง (Magelang) ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองยอร์กจาการ์ต้า (Yorkyakarta) และเมืองเสมารัง (Semarang) บนเกาะชวาฝั่งตะวันออก วัดบุโรพุทโธตั้งอยู่บนภูเขาสูงสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้โดยรอบ มีผู้เยี่ยมชมจากนานาประเทศมากกว่า1ล้านคน  อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
                วัดเบซากิห์ (Pura Besakih) เป็นวัดที่มีความยิ่งใหญ่ของผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูในบาหลี รายล้อมด้วยทิวทัศน์สวยงามประกอบด้วยวัดทั้งหมด 22แห่ง สร้างขนานไปกับแนวสันเขา อยู่บนที่ลาดทางตะวันตกของเมืองกูนุงอากุง (Gunung Agung) หมู่บ้านเบซากิห์ นอกจากนี้ยังมีวิหารกลางน้ำ ทานาล็อต (Thana Lotr) อีกด้วย

เส้นทางธรรมชาติ
                อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komoda National Park)  ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง Nusa Tenggara เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1986 เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของมังกรโคโมโดซึ่งเป็นสัตว์หายาก  อุทยานจะประกอบด้วยเกาะหลัก3เกาะด้วยกัน ได้แก่ เกาะโคโมโด (Komodo) เกาะรินกา (Rinca) และเกาะปาดาร์ (Padar) อุทยานแห่งชาติมีพื้นที่ 1817 ตารางกิโลเมตร นอกจากนี้อุทยานยังกินพื้นที่ทางทะเลด้วย มีแหล่งดำน้ำชมปะการังที่ขึ้นชื่อ และสัตว์น้ำนานาพันธุ์
                อุทยานแห่งชาติอูจุงกูลอน (Ujung Kulon National Park) เป็นแหลมรูปสามเหลี่ยมตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะชวา เป็นแหล่งผืนป่าสุดท้ายของแรดชวา เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่ตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 1921 บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟกรากะตั้ว (Krakatua) ที่เคยระเบิดเมื่อนานมาแล้ว ปัจจุบันได้กลายเป็นมรดกโลก ยังคงมีแรดชวาหลงเหลืออยู่เพียง 60 ตัวเท่านั้น

Shopping
                บันดุง (Bandung) เป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดสัปดาห์ที่ยอดนิยม ตั้งอยู่บนเกาะชวา สามารถเดินทางนั่งรถจากจาการ์ต้าได้ภายในเวลาสองชั่วโมง บันดุงได้ชื่อว่าเปรียบเสมือนปารีสของชวา มีแหล่งร้านค้าให้เลือกช้อปมากมาย สถานที่ยอดนิยมได้แก่ ย่านถนนดาโก (Dago) ถนนเรียว (Riau) และถนน Chiampelas  สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าท้องถิ่น ขายเสื้อผ้า หนังสือ และเพลง
                แหล่งงานหัตถกรรมในเกาะชวา มีที่เมืองยอร์กยาการ์ต้า สามารถเดินชมสินค้าทำมือ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเงินแกะสลัก เครื่องจักสาน หนังสัตว์ และผ้าบาติก แหล่งซื้อสินค้าที่สำคัญได้แก่ มาลีโอโบโร่ (Malioboro) เป็นถนนคนเดินสายวัฒนธรรม ศูนย์รวมของโบราณตรีวินดู (Triwindu) เครื่องตกแต่งบ้านทำจากไม้สักของเจอร์ปารา (Jepara)
                ถนนสายช่างฝีมือในบาหลี ตลาดอูบุด (Ubud) เป็นย่านช้อปปิ้งสินค้าทำมือที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของโลก งานศิลปะมากมายมักจะถูกซื้อจากที่นี่ มีทั้งงานแกะสลักหินและงานแกะสลักไม้ เครื่องดนตรีพื้นเมือง กาเมอร์ลัน (Gamelan) หาท่านไม่สามารถขนสินค้าพื้นเมืองกลับขึ้นเครื่องได้ ทางร้านค้ามีบริการส่งสินค้าถึงบ้านในราคาย่อมเยา
 Shopping at Samosir Island