วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เมื่อคุณแม่เปรี้ยว อยากแบกเป้เที่ยวหลวงพระบาง ( Trip for mom, Backpack to Lhuang Phrabang) ตอนที่ 2 ชมหมู่บ้านซ่างค้องงานผ้าทอมือและงานกระดาษสา แวะบ้านผานม บ้านตีเงินใครเป็นขาช้อปขอบของพื้นเมืองไม่ควรพลาด


            รถของคุณตุ้ยมารับเราสองแม่ลูกตอนเก้าโมงเช้าเพื่อย้ายโรงแรมไปยังฝั่งในเมือง พร้อมกับทานอาหารเช้าฟรีที่บ้านกาเฟตุ้ย (Café Toui Homestay) อาหารเช้ามื้อแรกเป็นอาหารฝรั่ง กาแฟร้อนที่นี่อร่อยใช้ได้เลยล่ะ พอกินเสร็จแล้วเราได้ตกลงราคาค่าเหมารถเที่ยวรอบนอกหลวงพระบางประมาณ 1400 บาท โดยสถานที่ที่จะไปในวันนี้ มีหมู่บ้านซ่างค้อง บ้านผานม และน้ำตกตาดแส้ เห็นโปรแกรมแค่นี้ก็อยากจะไปชมแล้วล่ะ

แม่ถ่ายกับเจ้าของโฮมสเตย์พร้อมแบกเป้เที่ยวเช้านี้
กาแฟร้อนกับน้ำส้มเสริฟก่อนมื้ออาหารหลัก
โฮมสเตย์ที่นี่ตกแต่งแบบน่ารักๆ 
และแล้วอาหารเช้าของที่นี่ก็มาเสริฟแบบ Full Set
Croissant กินกับแยมเสาวรสและ Omelette
รถตู้คันที่จะพาเราออกไปเที่ยวนอกเมืองเช้านี้

      หมู่บ้านซ่างค้อง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่รวบรวมงานหัตถกรรมของหลวงพระบางไว้ อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางมาราวๆ 20 กิโลเมตร มีโรงงานทำกระดาษสา และโรงงานทอผ้าขนาดเล็กๆ ภายในชุมชนที่ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ หลายร้านนอกจากจะมีสินค้าพื้นเมืองให้ซื้อฝากเป็นของที่ระลึกแล้ว ด้านในยังคงเปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมการผลิตกระดาษสา และผ้าทอมือจากชาวบ้านอีกด้วย
ระหว่างทางคุณพี่เขาแวะห่อเสบียงกินกลางวันด้วย 
ถึงแล้วจ้าหมู่บ้านซ่างค้อง 
ตอนเช้าร้านค้าจะยังเงียบๆอยู่แต่เปิดแล้วนะ
ที่นี่ทอผ้ากันจริงจังไม่ต้องสาธิต 

ก่อนที่จะมาเป็นกระดาษสาต้องขึงกรอบก่อน 
มาดูเขาต้มเยื่อกระดาษสากัน 

        สำหรับการต่อรองราคาสินค้า ให้ลองซื้อสินค้าหลายๆชิ้นคล้ายๆกันราคาก็จะถูกลงไปเอง แต่เอาจริงๆก็ต่อรองราคาได้นิดหน่อย หมู่บ้านซ่างค้องสามารถขี่จักรยานมาเที่ยวจากตัวเมืองได้ แนะนำให้มาตอนเช้าเพราะอากาศดีไม่ร้อนจนเกินไป ภายในหมู่บ้านยังมีวัดซ่างค้อง วัดขนาดเล็กๆที่เราสองคนแม่ลุกได้เข้าไปไหว้พระและทำบุญอีกด้วย
ส่วนหนึ่งของผ้าไหมที่นำออกมาโชว์หน้าร้าน 
ผ้าไหมลาวล้วนมีเอกลักษณ์ลวดลายการทอเฉพาะตัว 

ถนนในหมู่บ้านซ่างค้องเงียบสงบ 
มาดูช่างแกะสลักพระพุทธรูปจากไม้ 
งานไม้ที่นี่ก็มีนะแต่เขาแกะสลักแบบเรียบง่าย
เราแวะมาดูโรงงานทำกระดาษสาอีกโรงหนึ่ง 
กระดาษสาลายธรรมชาติมาจากต้นไม้ใบหญ้าของจริง 
น้องคนนี้กำลังมุ่งมั่นกับการวาดภาพลงบนกระดาษ
พัดกระดาษสาดีไซน์ไม่ซ้ำใคร 
ต้นโพธิ์ลายวัดเชียงทอง
วัดซ่างค้อง วัดประจำหมู่บ้าน 
วัดขนาดเล็กประจำหมู่บ้านที่เราได้แวะทำบุญเป็นวัดแรก 

             ถัดไปเราได้ไปแวะบ้านผานม  ที่ตอนนี้ทางการลาวได้ส่งเสริมเป็นศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองไปแล้ว ชาวบ้านที่มาขายผ้าทอมือที่นี่ส่วนใหญ่เป็นสาวค่อนข้างมีอายุ ผ้าทุกชิ้นนางทอเองไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลางแต่อย่างใด ดังนั้นถ้าเจอผ้าซิ่นหรือเสื้อผ้าหรือกระเป๋าลายที่ถูกใจให้ซื้อกลับไปเลย เพราะผ้าที่ขายในตลาดมืดในตัวเมืองราคาจะแพงกว่ามาก เราสามารถต่อรองราคาแม่ค้าที่นี่ได้นิดหน่อย 
แวะซื้อส้มระหว่างทาง 3กิโล 10000กีบ
บ้านผานม ตลาดซื้อขายผ้าราคาย่อมเยาว์ 
งานนี้คุณแม่แวะช้อปปิ้งอีกตามเคย 
แผงขายของที่บ้านผานมไม่แออัด วางขายกันแบบสบายๆ 
นักท่องเที่ยวไม่เยอะ เช้านี้แม่ค้าเลยนั่งเหงาๆหน่อย 
รังไหมที่นี่เป็นพันธุ์สีเหลือง ในถ้วยคือดักแด้
หนอนไหมตัวจริงอยู่ในลังไข่ทางขวามือนั่นไง
 
บ้านผานมเป็นศาลาเล็กๆ ตั้งอยู่ริมถนน

           ร้านต่อมาจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านผานม นั่นคือร้านตีเงิน ชื่อร้านทำมะวงสะหวัน ด้านในห้ามถ่ายรูป เป็นร้านที่ขายเครื่องเงินอย่างเดียวโดยเฉพาะ วันที่เราไปมีการตีเงินให้เราได้เห็นเขากำลังทำพานกันอยู่ เครื่องเงินที่ลาวมีความบริสุทธิ์และลวดลายต่างกับฝั่งไทย ร้านนี้ยังมีเครื่องเงินแบบชาวเขาจำหน่ายด้วย
ภายในร้านตีเงินห้ามถายรูปสินค้า 
ช่างกำลังตีพานเงินกันอยู่ 

                โปรแกรมต่อไป เราจะพาแม่ไปผจญภัยลงเรือล่องไปตามน้ำเพื่อไปเที่ยวน้ำตกตาดแส้เพื่อชมความงามตามธรรมชาติกันครับ







วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เมื่อคุณแม่เปรี้ยว อยากแบกเป้เที่ยวหลวงพระบาง ( Trip for mom, Backpack to Lhuang Phrabang) ตอนที่1 ชีวิตชิลชิลนอกหลวงพระบาง กับทริคแนะนำในการเที่ยว










       เรามาถึงที่สนามบินหลวงพระบางยามเย็น และได้ติดต่อให้รถของโรงแรมมารับที่สนามบิน ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้ไปเดินเล่นชมตลาดกลางคืนตั้งแต่วันแรกแล้วฝันของเราสองแม่ลูกก็ได้พังทลายลง มื่อทางตุ้ยโฮมสเตย์ (Toui Homestay) ได้แจ้งเราระหว่างทางไปที่พักว่า ทางเราต้องขออภัยด้วยเนื่องจากที่พักของเราเต็ม ขออนุญาตพาท่านไปพักที่บ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่อีกฝั่งของลำน้ำคานแทน


แสงแดดยามเย็นในฤดูหนาวเป็นแสงสุดท้ายพอดี
ที่พักของเราเป็นบ้านทาสีเขียวเขาให้ทั้งหลังสองชั้น

ชื่อที่พักเฮือนสีเขียว ทาสีเขียวทั้งหลังจริงๆ
บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เหมาะกับคนที่มากันเป็นครอบครัวและเช่ารถขับ

         คราวนี้เราชักไม่สนุกด้วย นอกจากจะได้ที่พักนอกเมืองแล้วแถมบริเวณรอบข้างยังไม่มีอะไรกินอีกด้วย แม่เราก็เดินไม่ค่อยไหว เลยสั่งว่าพรุ่งนี้เช้ารีบย้ายเราออกไปสู่โรงแรมหลักให้ไวที่สุดก็แล้วกัน บ้านที่เราพักชั่วคราวเป็นบ้านสองชั้น เขาให้เราอยู่ทั้งหลัง มีสองห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว มีจักรยานให้ขี่เล่นชมเมือง ถ้าออกจากบ้านเราจะต้องล็อคประตูทุกบานให้เรียบร้อย เก็บของเสร็จขอพาแม่เดินไปกินที่ร้านอาหารใกล้ๆก่อน
ห้องรับแขกของบ้านมีขนาดใหญ่สะดวกสบาย 
ห้องนอนอยู่ชั้นสองเดินขึ้นบันไดไป 

       เย็นนี้เราขอแนะนำร้านอาหารเย็นสบาย  (Dyen Sabai Restaurant) เป็นร้านขายเมนู ซิ้นดาด หลายคนคงงงว่าซิ้นดาดคืออะไร ซิ้นคือเนื้อ ซิ้นดาด คือหมูกระทะเนื้อกระทะนั่นเอง ที่จริงแล้วเมนูชิ้นดาดเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากๆ ในประเทศลาว โดยจะมีทั้งแบบตามสั่งและบุฟเฟ่ต์รับประทานแกล้มกับเบยลาว (Beer Lao) หรือเบียร์ลาวนี่อร่อยเหาะไปเลย
มาถึงแล้วร้านอาหารเย็นสบาย 

ที่นี่เน้นขายเบียร์ลาวไว้กินแกล้มกับอาหาร มันน่าลองจริงๆ
ถ้ามาถึงไวก่อนทุ่มนึงที่นี่เขามี Happy Hour ค็อกเทลด้วยนะ 
ร้านนี้คุณนายแม่นางฟินมากซัดหมดกะทะเลยทีเดียว 
วัตถุดิบร้านนี้สดใช้ได้เลย สนนราคามื้อนี่ 170000 กีบ
ใครเอาจักรยานมาจอดหน้าร้านได้มีคนดูให้ 
ตรงข้ามกับร้านอาหารก็จะมีร้านขายของทำมือเก๋ๆ 

      สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเที่ยวหลวงพระบางก็คือ การขี่จักรยานเที่ยวชมเมืองครับ ถ้าที่พักที่ไหนมีจักรยานให้เช่าในราคาไม่แพง ไม่ควรเกิน 5 ดอลล่าร์ต่อวัน หรือบางที่พักมีให้บริการฟรี รีบจัดไปอย่าให้เสีย เพราะเมืองหลวงพระบางรถราไม่เยอะ ปั่นได้สบายๆ บางแห่งไม่ค่อยมีรถรับจ้างให้บริการ หรือจะปั่นไปชมเมืองตอนกลางคืนก็ได้ เพราะสถานที่เที่ยวในเมืองหลวงพระบางสามารถขี่จักรยานไปเที่ยวได้เองทั้งหมด
พร้อมออกแว้นแล้วจ้า 
จักรยานของที่พักเป็นจักรยานแม่บ้าน มีให้บริการฟรี
การขี่จักรยานเที่ยวหลวงพระบาง เราต้องเคารพกฏจราจรกันด้วยนะ 
ขี่จักรยานตอนกลางคืนไม่อันตราย ตามถนนยังมีคนเดินเยอะอยู่
ขี่รถเข้ามาในเมือง ผู้คนและร้านค้ายังคึกคักอยู่ 
เห็นไหม ใครๆก็ใช้จักรยานกันที่นี่
นี่ไงเราเจอแล้วนะ รถซีตรองในตำนานที่ทุกคนต้องมาถ่าย 
รถตุ๊กๆคอยรับคนจากตลาดมืดก็ยังมีให้บริการจนดึก
เราขี่มาจนถึงถนนสักกะรินแล้ว 
ที่นี่มีตลาดมืดหรือ Night Market ที่เราจะพาชมอย่างเต็มอิ่มในตอนหลัง 
เห็นแผงน้ำผลไม้ปั่นแล้วน่ากินให้ชื่นใจจัง
ที่พักของเราคือจุดกากบาท วันนี้เราขี่รถมาได้ไกลพอสมควร
เครื่องเงินชาวเขาที่รอบหน้าเราจะมาดูใหม่

         อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคือ การตื่นเช้ามาใส่บาตรข้าวเหนียวและดูวิถีชีวิตผู้คนครับ นอกเมืองหลวงพระบางนั้น เขาใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย เราตื่นเช้ามาคว้ากล้องคู่ใจสวมรองเท้าคู่เก่งออกไปดูผู้คนที่นี่ มีชาวบ้านเตรียมข้าวเหนียวและกับข้าวเตรียมใส่บาตรพระ ถนนที่เราไปไม่ใช่ถนนหน้าวัดแสนที่มีการใส่บาตรกันแบบเนืองแน่นและดูเป็นเชิงพาณิชย์ไปหมด แต่ถนนที่เราไปเดินนั้น ตั้งอยู่บนอีกฝั่งของสายน้ำคานเท่านั้นเอง ที่นี่เราจะได้เห็นชาวบ้านที่อยู่อาศัยกันแถวนั้นจริงๆ ตื่นเช้ามารอใส่บาตร เป็นวิถีชาวบ้านที่นี่ที่ปฏิบัติสืบต่อมาช้านานแล้ว
นอกเมืองพระจะออกบิณฑบาตรสายกว่าในเมือง 
ถนนเส้นนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว เดี๋ยวมาดูกันว่าท่านจะรับอาหารจากไหน
ยิ่งสายทั้งพระและเณรยิ่งมาเยอะขึ้น
ชาวบ้านที่มารอใส่บาตรจะนุ่งซิ่นแต่งกายมิดชิด 
ถนนเส้นนี้จะมีแต่ชาวบ้านพื้นถิ่นเท่านั้น 
แม่หญิงที่นี่นุ่งซิ่นพร้อมผ้าเบี่ยง หลังจากใส่บาตรเสร็จแล้ว

       เราปิดท้ายด้วยการแวะเดินบนสะพานไม้ไผ่ (Bamboo Bridge) ในยามเช้า สำหรับที่สะพานไม้ไผ่ข้ามลำน้ำคานแห่งนี้เราแนะนำให้มาตอนเช้าจะได้แสงที่สวยงาม พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและสายน้ำอย่างเต็มที่ และตอนเช้าก่อน 8.00 น. ก็ยังไม่มีคนมาเก็บค่าข้ามสะพาน 5000 กีบด้วย 
ทางลงสะพานไม้ไผ่อยู่ติดกับร้านอาหารเย็นสบายที่เราแวะมาเมื่อคืนนั่นเอง 
สะพานไม้ไผ่ยามเช้าถ่ายไปเหอะ ไม่มีคนหรอก 
อุปกรณ์จับปลาแบบเรียบง่ายริมฝั่งแม่น้ำคาน 
สายน้ำคานที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวหลวงพระบางมานาน
ถ้าฝนตกเมื่อคืนหมอกจะลงหนากว่านี้ในตอนเช้า 

จุดผ่านแดนที่เราต้องจ่าย5000 กีบ ค่าข้ามสะพาน 
สิม (อุโบสถ) วัดเล็กๆ นอกเมืองหลวงพระบาง

ตอนหน้าเราสองคนแม่ลูกได้ย้ายที่พักเข้าไปในเมือง พร้อมกับซื้อทัวร์รายวันเพื่อไปน้ำตกและหมู่บ้านหัตถกรรมนอกเมือง งานนี้แม่ปลื้มได้ซื้อของไปฝากญาติพี่น้องกันสนุกเลย