วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

บาหลีไม่มีเหงา เที่ยวบาหลีง่ายๆกับพวกเราสิครับ ( Bali never lonely backpack to Bali)


          Bali บาหลีดินแดนในฝันของใครอีกหลายคนรวมถึงที่คู่รักจากทั่วโลกต่างก็ใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้เดินทางมาเที่ยวบาหลี มาดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งสายลมและแสงแดดพร้อมดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่นี่ ด้วยว่าเกาะบาหลีนั้นอยู่ในประเทศอินโดนีเซียก็จริง แต่วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนพื้นเมืองที่นั่นแตกต่างจากทุกเกาะก็เพราะว่า คนบนเกาะบาหลีมากกว่า 90% นับถือศาสนาฮินดูนั่นเอง การท่องเที่ยวพักผ่อนรวมไปถึงบรรยากาศในการ Hang out จึงมีมากกว่าเกาะอื่นๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่เกาะสวรรค์ บาหลีคร้าบ
วัดฮินดูที่บาหลีมีเยอะมาก ไม่ควรพลาดเลยซักวัดเดียว

      เกาะบาหลีนอกจากจะเป็นเกาะที่ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมฮินดูที่ต่อไปเราจะได้เห็นตามวัดและบ้านเรือนผู้คนรวมไปถึงการละเล่นฟ้อนรำแล้ว เกาะบาหลียังคงมีหาดทรายและท้องทะเลที่งดงามพร้อมให้เราไปดำผุดดำว่าย หรือนอนอาบแดดให้ผิวเป็นสีแทนตามเทรนด์ปัจจุบันอีกด้วย ฉันกับเพื่อนเลือกที่จะใช้เวลาท่องเที่ยวในบาหลีรวม 5 วัน กะว่าจะชาร์จแบตจากการทำงานให้เต็มที่เสียหน่อย
อย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกไปเที่ยวทุกครั้งนะครับ 
ท้องทะเลบาหลีงดงาม น้ำใสแจ๋วมากๆ
ใครไม่ชอบทะเลก็มีภูเขาไฟให้ไปปีนป่ายนะครับ

       ทริปเที่ยวบาหลีนี้ฉันกับเพื่อนวางใจใช้บริการสายการบิน มาลินโดและบาติกแอร์ (Malindo Air & Batik Air) สายการบินพันธมิตรของไลอ้อนแอร์ (Lion Air) สายการบิน Lowcost แบบพรีเมี่ยม มาในราคา 6500 บาท แต่ต้องไปต่อเครื่องที่ KL (Kuala Lumpur) มาเลเซียนะ ตอนแรกเพื่อนบ่นเรื่องต่อเครื่องกับราคาที่สูงกว่า Lowcost เจ้าอื่นๆ แต่สุดท้ายก็ตกลง เพราะราคานี้รวมอาหาร4มื้อและค่าโหลดกระเป๋าแล้ว พร้อมพาเราทะยานสู่สนามบินนานาชาติบาหลี (Ngurah Rai International Airport) คนที่นี่ออกเสียง งูราห์ ไร ตั้งอยู่ในเขตเมืองเดนปาซาร์ (Denpasar)
เครื่องบินเล็กๆ พาเราไปสู่บาหลี การเดินทางกำลังจะเริ่มขึ้น
ออกทะยานสู่บาหลีแล้วจ้า 
เราชอบสายการบินนี้นะ ทั้งลำคนนั่งน้อยดี
เราชอบLowcost เจ้านี้ เพราะมีจอให้ดูหนังได้จริงๆ
ขาไปจากกรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์ มีข้าวให้มื้อหนึ่ง
ส่วนจากกัวลาลัมเปอร์ ไปบาหลี จะเป็นขนมปังกับน้ำผลไม้
ระหว่างทาง เราเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ รอแค่ชั่วโมงครึ่ง
Laksa ก๋วยเตี๋ยวพื้นเมืองมาเลเซีย อร่อยๆ ของสองเรา ที่สนามบินKL
ลองชิม Otak Otak ครั้งแรก มันคือห่อหมกปลาปิ้งนี่นา


        เที่ยวบาหลีฟรีวีซ่านะ อยู่ในเขตประเทศอินโดนีเซีย เราสามารถอยู่ได้ถึง30 วัน เจ้าหน้าที่ตม. ที่นี่ดูหน้าดุนิดนึง หน้าเค้าอาจจะเข้มกว่าพวกเรา พอผ่านพ้นมาได้แล้ว ให้รีบไปเก็บข้อมูลการท่องเที่ยว ที่สนามบินงูราไรห์มีเอกสารให้หยิบเพียบ เราเริ่มตื่นเต้นแล้วสิ ที่เราจะได้ไปเสพอาร์ตที่เมืองอุบุด (Ubud) เป็นคืนแรกที่เราจะไปนอน 
เราบินมาถึงตอนดึก สนามบินงี้โล่งเชียว

ระหว่างทางจากสนามบินบาหลี เมืองเดนปาชาร์ (Denpasar)

       เราให้รถของโรงแรมมารับที่สนามบิน จากสนามบินไปเมืองอูบุดใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยการจราจรที่ติดขัดในช่วงค่ำ ที่พักของเราสองคืนจากวันนี้ชื่อ Desak Puri Cottageเป็นโรงแรมตกแต่งสไตล์บูติค ค่าโรงแรมสองคืนอยู่ที่ 9แสนรูเปียห์ และค่ารถจากสนามบิน 350,000รูเปียห์  มาถึงที่พักดึกดื่นก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวัง ที่นี่เขาเตรียม Welcome Drink ไว้ต้อนรับพวกเราด้วย 
Welcome Drink ที่นี่เป็นน้ำตะไคร้ผสมน้ำขิง กับแตงโมชิ้นเล็กๆจ้า 
ห้องพักของเราสองคนคืนนี้จ้ะ  
เราชอบที่นี่นะ ตกแต่งแบบสไตล์บูติกเลย 
ประตูห้องน้ำเปิดออกไปแสงเข้าห้องเลย 
น่าเสียดายห้องอาบน้ำที่นี่ทำแค่หลังคาโปร่งแสง ไม่ทำแบบ open air 
มุมแต่งตัวในห้องน้ำ ใช้วางกระเป๋าได้เลย
ตัดมาที่มุมโซฟารับแขกบ้าง ถ้ามากันสามคน คนที่สามนอนตรงนี้ได้เลย 
ขอให้ทุกท่านหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์คร้าบ


คืนนี้นอนพักผ่อนเอาแรงให้เต็มที่ เพราะวันรุ่งขึ้น ทัวร์เกาะบาหลีที่เราจองไว้คือ Teddy Bali Tour จะมารับเราไปเที่ยวแต่เช้า







วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เที่ยวคุณหมิงตามใจเพื่อนฉัน ส่งท้ายคุณหมิงที่จัตุรัสจินบี้ Jinbi Square


        มาเที่ยวคุณหมิงคราวนี้เรายังไม่ได้ทดลองนั่งรถไฟฟ้าคุณหมิงกันเลย หลังจากที่เราขึ้นรถบัสสายเดิมจากอุทยานป่าหินกลับไปยังตัวเมืองคุณหมิงแล้ว (ค่าโดยสารคนละ34หยวน) เราเดินไปที่ตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติเพื่อซื้อตั๋วรถไฟฟ้าเข้าเมืองคุณหมิงกัน ตู้กดบัตรใช้งานง่ายมีเมนูภาษาอังกฤษ ค่ารถโดยสารเข้าเมือง ราคาเพียง 3 หยวนเท่านั้น  จากสถานี Eastern Bus ไปยังสถานี Donfeng จากนั้นค่อยต่อรถTaxi ไปลงยังถนนคนเดิน ค่ารถ 13หยวน


เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่ Eastern Bus Station
มุมตู้หยอดซื้อตั๋ว มีหลายตู้ให้เลือกจิ้ม 
ก่อนจิ้มเลือกสถานี อย่าลืมเลือกเปลี่ยนเป็นเมนูภาษาอังกฤษก่อนนะ 
หยอดตู้เสร็จก็เดินผ่านประตูอัตโนมัติได้เลย 

ได้เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วจ้า 
ในวันปีใหม่ก็ยังมีคนลากกระเป๋าเดินทางกันเยอะเลย 
ภายในรถคนว่างเชียว นั่งได้ตามใจชอบ

        ประตูม้ามอง ประตูไก่มรกต (golden Horse and Jade Rooster Archways) เป็นประตูวางคู่กันในย่านถนนคนเดิน Jinbi Square สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง อายุมากกว่า 400ปี วางตัวขนานตามแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ว่ากันว่าถ้าวันไหนพระอาทิตย์และพระจันทร์ขึ้นมาเจอกันบนท้องฟ้า เงาของประตูทั้งสองจะเหลื่อมกัน แต่วันนี้เรามาไม่ทัน ตะวันชิงตกดินไปก่อนหน้านั้นแล้ว
ตอนนี้เรามาลงย่านถนนคนเดินจินบี้ทันสมัยในคุณหมิง 
บ้านแบบสไตล์ร่วมสมัยก็มีให้เห็นบนถนนสายนี้นะ 
ประตูไก่มรกต ช่วงหัวค่ำยังสาดไฟสีเงินอยู่ 
ถัดออกไปด้านหน้าจะเป็นประตูม้าทอง 
ประตูม้าทอง ทองอร่ามมากๆ
สังเกตง่ายๆ บนบานประตูจะมีม้าวิ่งอยู่นะครับ 
ป้ายชื่อประตูม้าทอง พร้อมลวดลายบนบานประตูงดงาม 

       บริเวณถนนคนเดินเส้นนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารจีนและอาหารนานาชาติให้ลองชิมรส และเมื่อเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยจะเจอกับร้านขายชา และของฝากคุณหมิงมากมาย แต่ราคาไม่ถูกนัก โดยของฝากขึ้นชื่อของเมืองคุณหมิงคือ ชาอู่หลง ชามะลิ มีให้เลือกหลายเกรดมาก ยิ่งแพงจะยิ่งหอม และขนมเปี๊ยะไส้กุหลาบที่แพ็คเป็นห่อขาย ที่นี่ทำอร่อยมากจ้า 
เครื่องยาจีนมีอะไรบ้าง เราไม่สันทัดเลย 
ร้านขายชาที่นี่ ทำแพคเกจสวยงามมาก 
ร้านเล็กๆขายน้ำชาน่านั่งเชียว 

ร้านขายของที่ระลึกหลายร้านสร้างแบบจีนโบราณ 
ชายูนนานเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อมาก หากใครได้มาเที่ยวคุณหมิงควรซื้อนะ 
ของที่ระลึกอย่างอื่นก็มีให้เลือกซื้อเลือกหานะ
คราวนี้เราลองมาชำแหละขนมเปี๊ยะไส้ดอกไม้ที่หอมอร่อยขึ้นชื่อกัน
เมื่อเราเปิดห่อขนมเปี๊ยะไส้กุหลาบเพื่อลองชิมดู 
ไส้เป็นกลีบกุหลาบ กลิ่นนี้หอมลอยเตะจมูกเราเลย 

      เราเดินซื้อของฝากจากคุณหมิงไปให้คนทางบ้านจนท้องร้องเลยลองแวะชิมร้านอาหารที่ทันสมัยร้านหนึ่ง ลองสั่งข้าวผัดแบบสไตล์ยูนนานมากิน ปรากฏว่ารสชาติแซ่บมาก เขาผัดข้าวใส่พริกแห้งแล้วใส่เนื้อย่างมาเป็นไม้แบบสไตล์หมาล่าด้วย เที่ยวคุณหมิงมาหลายวันมื้อนี้นับเป็นมื้อที่แซ่บที่สุดตั้งแต่มาแล้ว ทานสองคนรวมแล้ว 108หยวน
ร้านนี้อยู่ริมถนนคนเดิน บรรยากาศน่านั่งเชียว 
ข้าวผัดที่นี่รสชาติจัดจ้าน เผ็ดพอามควรเลย จานละ28หยวน 
คนกินแน่นร้านเลยทีเดียว ราคาน่าคบนี่นา 
ปลาทอดคล้ายปลาตาเดียว ตัวละ 28หยวน
ตุ๊กตาแพนด้า ราคาน่ารักเชียว 
เครื่องเงินของจีนราคาไม่ถูกนัก 
ตุ๊กตาชนเผ่าต่างๆ ของมณฑลยูนนาน 
รองเท้าลายชนเผ่าลวดลายน่ารัก มีแต่ของผู้หญิงนะจ๊ะ


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เราต้องเดินทางกลับไปที่พักเพื่อขนกระเป๋าเดินทางไปสนามบินคุณหมิง แต่อนิจจาขากลับเราสองคนเรียกรถ Taxi ไม่ได้เลย แย่งรถไม่ทันคนจีนเรียก คนออกมาเที่ยวนอกบ้านกันเยอะมาก สุดท้ายเลยต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับที่พักเพราะกลัวว่าจะขึ้นเครื่องไม่ทัน ระยะทางไม่ไกลหรอก 2.5กิโลเมตรเอ๊ง  แต่แล้วก็ไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายไปสนามบินคุณหมิง เลยต้องนั่งรถ Taxi ไปสนามบินแทน ราคาค่าโดยสาร 92 หยวน
ประตูไก่มรกต สัญลักษณ์ก็คือไก่ ตกดึกเปลี่ยนสีไฟเป็นสีทอง 
มาดูลวดลายของประตูไก่มรกตกันชัดๆ 
เขาว่าถ้ามาเดินที่นี่ควรเดินลอดประตูให้ครบทั้งสองประตู 
ประตูไก่ลวดลายงดงามไม่แพ้ประตูม้าทองเลย
ร้านค้าริมถนนคนเดิน สร้างกลมกลืนไปกับบรรยากาศ 
พอเริ่มดึก คนก็หายไปเยอะเลย 
ด้วยความที่ไม่มีรถ คนส่วนใหญ่เลยเดินกลับกัน

                เที่ยวบิน Airasia ออกจากสนามบินคุณหมิงประมาณตีสองมาถึงดอนเมืองประมาณตีสี่ เรามีเวลาเดินเล่นอยู่ที่สนามบินได้ไม่นาน เพราะว่ากว่าจะหารถมาสนามบินได้ในช่วงเทศกาลก็ใช้เวลามากโขแล้ว ดังนั้นใครจะมาเที่ยวจีนช่วงเทศกาลปีใหม่สากลหรือปีใหม่จีนก็ตาม ขอให้เผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินกันด้วยนะครับ เราสัญญาว่าคราวหน้าถ้ามาลงคุณหมิงอีกจะนั่งรถต่อไปยังเมืองลี่เจียงและแชงกรีล่าต่อเลย ทริปจีนสั้นๆ ทริปนี้ใช้เวลาได้คุ้มค่ามากใครมีเวลาน้อยก็ลองลอกทริปไปใช้กันดูนะครับ
ปิดท้ายทริปนี้กันด้วยโยเกิร์ตพร้อมดื่มของจีน 
ได้เวลากลับบ้านกันในวันปีใหม่แล้ว 
ขากลับคนนั่งหลวมๆ แล้วทริปหน้าเจอกันใหม่ที่บาหลีนะครับ