วันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แบกเป้เที่ยวปักกิ่งหน้าหนาว แบบคูลๆ ตอนที่ 1 Welcome to winter Beijing trip

         การเดินทางของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ตื่นเต้นจัง ต่อไปนี้เราจะท่องเที่ยวปักกิ่งตามแผนที่วางไว้แบบหลวมๆ ปรับยืดหยุ่นได้ เราเดินทางออกจากบ้านไปสนามบินดอนเมืองในช่วงสายๆ เพื่อขึ้นเครื่องAirasia ช่วงบ่ายโมงไปลงที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ สองเท้าก้าวออกจากบ้านพร้อมเป้ใหญ่1ใบน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม เป้เล็กๆอีก1ใบ และเสื้อโค้ทกันหนาวแบบบุนวม1ตัวอุ้มไปไม่ใส่กระเป๋า แม่ถามเอากระเป๋าไปใบแค่นี้รอดเหรอ เราบอกว่าสบายมากไม่มีใครเห็นเสื้อที่ใส่ข้างในเสื้อหนาวแน่นอนเลยไม่จำเป็นต้องเอาชุดไปเปลี่ยนเยอะ
สนามบินดอนเมืองที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี
มื้อแรกของเราวันนี้ข้าวไก่ย่างจ้า 


         เครื่องบิน Airasia ไปถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ประมาณ 4โมงเย็น รอต่อเครื่องอีกประมาณ 3ชั่วโมง ครั้งนี้เราไปอยู่ที่ Terminal2 เลยอดกินของอร่อยที่เคยกินไปหลายร้านเลย แต่ก็ต้องหาอะไรทานที่สนามบินก่อนต่อเครื่องบินลำใหญ่ไปลงเมืองหลวงปักกิ่งอีก6 ชั่วโมงเต็ม มิตรภาพใหม่ย่อมเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเสมอ เมื่อเราเจอคนไทยกลุ่มหนึ่งพวกเขาบินมาลงที่นี่เพื่อต่อเครื่องไปกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โอ้วเป็นจุดหมายปลายทางของเราปีหน้าเลย เราคุยแลกเปลี่ยนFacebook กันเพื่อรอชมผลงานของทั้งคู่ ก่อนที่จะแยกย้ายขึ้นเครื่องแอร์เอเชียในเวลาไล่เลี่ยกัน ผิดกันแค่จุดหมายปลายทาง
นักเดินทางคนไทยหลายคนเห็นเรามาคนเดียวก็ทักทายเราที่นี่ 
กำลังจะเดินทางไปจีนขอหม่ำข้าวหมกสไตล์มาเลย์ก่อนนะ 
อีกกลุ่มกำลังเดินทางไปอิหร่านเลยซัดอาหารจีนไปเสียเต็มที่เลย 
นกเหล็ก AirAsia X ที่จะพาเราไปสู่นครหลวงปักกิ่ง 
เราเดินทางไปด้วยเป้ใหญ่สะพายหลัง1ใบ และเป้เล็กอุ้มด้านหน้าอีกใบ

เจ้า Airasia X ลำใหญ่ใช้เวลาบินเกือบ 6ชั่วโมง เราหลับสนิทบนที่นั่งในโซน Quiet zone ราวๆ ตี1กว่าก็ร่อนลงจอดที่ท่าอากศยานนานาชาติ (PEK) Beijing Capital International Airport กัปตันประกาศสภาพภูมิอากาศภาคพื้นดินท้องฟ้าแจ่มใส อุณหภูมิ -7C ฮ้า ฟังไม่ผิดใช่มั้ยลบเจ็ด แล้วเราจะออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปยังที่พักของเราได้ยังไงกัน อาคารสนามบินมีขนาดใหญ่โตมีร้านค้าภายในเยอะมากๆ แต่ส่วนใหญ่ปิดทำการ เพราะเรามาถึงดึกมากแล้ว
ใบผ่านแดนจีนมีหน้าเดียวควรกรอกรายละเอียดให้ครบก่อนไปถึง 
เราเลือกที่นั่งQuiet zone ของ AirAsiaXเพื่อที่จะได้นอนหลับเต็มอิ่ม 6 ชั่วโมง 
Duty Free ในสนามบินปักกิ่งคนโล่งเชียว 
หลายคนต้องมายืนรอรับกระเป๋าที่นี่ 
สนามบินปักกิ่งใหม่และกว้างขวางมาก

     หลังจากผ่านตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว เราก็นั่งทำใจเฮือกใหญ่รีบหยิบเสื้อหนาวออกมาจากกระเป๋าใหญ่มาสวมใส่ทันที ยามที่ประตูอัตโนมัติเปิดออกแต่ละครั้ง ความรู้สึกเหมือนเราเปิดตู้เย็นช่องแช่แข็งขนาดใหญ่ออกมานั้นเลย เราวางแผนจองที่พักสำหรับคืนนี้มาแล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานอนสนามบินเพื่อประหยัดค่าที่พักกับค่ารถแท็กซี่เข้าเมือง สู้ไปนอนเก็บแรงให้มีแรงตะลุยพรุ่งนี้ทั้งวันดีกว่า 
Duty Free แห่งสุดท้ายก่อนก้าวออกจากสนามบิน 

         ระยะทางจากสนามบินเข้าสู่ที่พักโรงแรม Beijing Granary International Hostel ประมาณ 30 กิโลเมตร คนขับแท็กซี่พูดได้แต่ภาษาจีน ดีที่เราปริ๊นท์ใบจองโรงแรมเป็นภาษาจีนมาด้วยเลยยื่นให้เขาดู เขากดมิเตอร์และใช้แอ็พ GPS ของจีนอย่างคล่องแคล่วแล้วขับตามหน้าจอนำทางแค่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงปากซอยที่พัก จ่ายค่าโดยสารไป 125 หยวน ค่าแท็กซี่ถือว่าแพงเอาการเพราะมีค่าชาร์จยามวิกาล มาถึงตอนตีสามยังนึกกลัวอยู่ในใจถ้าโรงแรมล็อคประตู เราจะเข้าไปนอนพักได้ยังไง
ปักกิ่งยามวิกาลก็สวยไปอีกแบบเนอะ 
สถานที่สำคัญหลายแห่งล้วนประดับไฟสวยงาม

         เดินแบกเป้ฝ่าความหนาวระดับติดลบเข้าไปในตรอกที่รถยนต์เข้าไม่ได้ประมาณ100เมตร สองข้างทางเป็นตึกแถวและบ้านคนแบบโบราณ เรากดออดหน้าโรงแรมสองครั้ง มีพนักงานชายหนุ่มท้วมๆ ผมทรงMan bun ทรงเดียวกับเราเลยเปิดประตูออกมาต้อนรับ ซึ่งปกติหนุ่มจีนแผ่นดินใหญ่เรามักจะไม่ค่อยเจอทรงผมแบบนี้ อากาศภายในโรงแรมอุ่นดีจัง เราจองห้อง Shared room ไว้เป็นเตียงคู่ และโชคดีมากที่ไม่มีใครมานอนแชร์กับเราในคืนแรก  เข้ามาถึงเพลียมากรีบซุกผ้าห่มนอนน้ำท่าไม่อาบในชุดนั้นเลย

ห้องนอนขนาดเล็กห้องน้ำในตัวไม่มีหน้าต่างต้องตั้งนาฬิกาปลุกเอา 
ทางเดินภายในโรงแรมมีสองชั้น
video

ก่อนจะนอนขอแถมอีกนิดว่าด้วยการเดินทางในปักกิ่ง เดี๋ยวนี้สะดวกสะบายมากมีบัตรใบเดียวที่ซื้อแล้วใช้แปะๆเดินทางได้ทั่วกรุงปักกิ่งและปริมณฑลเลย บัตรนี้มีชื่อเรียกว่า IC Card คนจีนเรียกบัตรนี้ว่า “อี้ข่าทง” (Yikatong) โดยเป็นบัตรเอนกประสงค์ใช้แตะลงรถใต้ดินของจีน ใช้แต่สองครั้งเข้าและออกแบบในเมืองไทย และใช้แตะขึ้นรถเมล์ได้โดยแตะแค่ครั้งเดียวตอนขึ้นหรือตอนลงเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อตั๋วรายเที่ยว โดยทุกครั้งที่ซื้อนักท่องเที่ยวจะต้องแสดงพาสปอร์ตก่อนซื้อ และบัตรจะเป็นแบบระบบเติมเงินโดยมีค่ามัดจำบัตรอยู่ที่ 20 หยวน นั่นคือ เมื่อซื้อบัตรครั้งแรกจะต้องจ่ายมากกว่า 20หยวน โดยอาจจะซื้อที่ 50 หรือ 100 หยวนก็ได้ถ้าอยู่ที่นี่หลายวัน โดยที่ค่าโดยสารรถใต้ดินนั้นเขาเก็บแค่ 2หยวน ตลอดสายจริงๆ
บัตร IC Card ใบเดียวเที่ยวได้ทั่วปักกิ่งและปริมณฑลครับ 

                เสียดายที่วันนี้เรามาถึงสนามบินปักกิ่งดึกมาก เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร IC Card ที่ Terminal3 สนามบินนานาชาติปักกิ่งได้ปิดลงแล้ว เลยต้องไปหาซื้อตามสถานีรถใต้ดินใหญ่ๆภายในตัวเมืองแทน ปัจจุบันรถไฟใต้ดินในกรุงปักกิ่งมีมากถึง 15สาย และค่อนข้างซับซ้อนไม่แพ้ญี่ปุ่นเลย ให้สังเกตที่ทางเดินและสีเอา สามารถดาวน์โหลดแอ๊พ Beijing Subway มาลงที่เครื่องก่อนได้ ดาวน์โหลดฟรีนะจ๊ะ ช่วยเราแก้ปัญหาเรื่องการต่อรถไฟและสถานีที่จะลงได้เยอะเลย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น